Triller เรียกร้องให้ชาวอเมริกาทุกคนลบ TikTok ในวันนี้และให้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการโดยตรงและเกินกำลังในการแบน TikTok

ลอสแองเจลิส, July 19, 2022 (GLOBE NEWSWIRE) — Triller เรียกร้องต่อ CFIUS ประธานาธิบดี Joe Biden แห่งสภาคองเกรสของกระทรวงกลาโหมให้สั่งแบน TikTok โดยอ้างว่าเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดต่ออเมริกาในปัจจุบันด้วยจดหมายเปิดผนึกจาก CEO และประธานของ Triller Mahi De

ในฐานะ CEO ของบริษัทระดับโลกที่มีเป้าหมายในการช่วยให้ครีเอเตอร์นั้นสามารถเลือกทางเดินของพวกเขาได้เองภายในขอบเขตวงการการทำงานของพวกเขา โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนมาเพื่อให้เกิดเปลี่ยนแปลง ข้าพเจ้าจะยืนหยัดร่วมกับคณะผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง หน่วยงานที่กำกับดูแล เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ผู้บริหารระดับโลกท่านอื่น ๆ และผู้บริโภคที่ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของผลกระทบที่ร้ายแรงของ TikTok ที่มีต่อสังคมของเรา สัญญาณอันตรายนั้นมีมากมายตั้งแต่หัวหน้าในแวดวงเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเราไปจนถึงนักข่าวด้านเทคโนโลยีที่มีความสามารถหลากหลายและเชื่อมโยงถึงกันมากที่สุด ผู้ปกครองชาวอเมริกาทุกคนต้องตั้งคำถามว่าแอปวิดีโอโซเชียลนี้รู้อะไรเกี่ยวกับลูก ๆ ของพวกเขาบ้าง และวิธีที่จะใช้สัญญาณเหล่านั้นเพื่อทำความเข้าใจในตำแหน่ง ความชอบ และนิสัยของพ่อแม่และทุกคนในครอบครัวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ข้อมูลที่ส่งมาจากผู้ใช้ TikTok ชาวอเมริกันเริ่มต้นจากการตั้งค่าเนื้อหาและข้อมูลตำแหน่งที่สามารถนำไปสู่การกำหนดความเป็นเจ้าของบ้าน ที่ทำงาน และกำหนดการในวันหยุดได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงข้อมูลจำนวนมากที่มีความละเอียดยิ่งขึ้นในทุกแง่มุมของชีวิตชาวอเมริกันของเรา

ในวันนี้ เราเรียกร้องให้ชาวอเมริกาทุกคนลบ TikTok ออกจากอุปกรณ์ของพวกเขาในทันที นอกจากนี้ Triller ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการโดยทันทีและทำการแบน TikTok และ ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จีนเป็นเจ้าของ เงินเดิมพันไม่เคยสูงขึ้น

ผลงานล่าสุดของศาสตราจารย์ Scott Galloway TikTok: ม้าโทรจัน อธิบายสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี:

“รัฐบาลจีนนั้นมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเอกชนได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ กฎหมายที่หลากหลาย เหล่านี้ทำให้สิ่งนี้สามารถเป็นไปได้ ซึ่งรวมไปถึงกฎหมายว่าด้วยความลับของรัฐผู้พิทักษ์: หากคุณถูกสงสัยว่าปกปิดข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของรัฐ คุณจำเป็นต้องให้สิทธิ์การเข้าถึง รัฐนั้นมีตำแหน่งการเป็นเจ้าของเล็กน้อยที่เรียกกันว่า หุ้ ทองคำ (ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะได้มาพร้อมกับตำแหน่งที่นั่งในคณะกรรมการ) ในธุรกิจที่เห็นว่าเป็นกลยุทธ์ต่อรัฐ หนึ่งในข้อตกลงของหุ้นทองคำนั้นก็คือ ByteDance และถึงแม้ว่าผู้บริโภคชาวจีนจะไม่สามารถเข้าถึง TikTok ได้ แต่การเข้าถึงข้อมูลของ TikTok ของจีนก็ไม่เป็นปัญหา ในเดือนมิถุนายน Buzzfeed ได้รับ การบันทึกเสียงมากกว่า 80 รายการ จากการพบปะกันภายใน TikTok ซึ่งนั่นคือเครื่องยืนยันว่าผู้บริหารชาวจีนที่ ByteDance สามารถเข้าถึงข้อมูลของ TikTok ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ผู้จัดการ TikTok หมายถึงวิศวกรในปักกิ่งหรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้ดูแลระบบหลัก” ซึ่ง “มีสิทธิ์เข้าถึงได้ทุกอย่าง”

สิ่งนี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับ TikTok ในสหรัฐอเมริกา

ระบบ AI ที่ทำหน้าที่แนะนำวิดีโอแบบสั้นนั้นจะขยายตัวออกไปเพื่อชักจูงอีคอมเมิร์ซและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของการค้าในอเมริกา ByteDance ของจีนและตัวแทนในสหรัฐอเมริกาอย่าง TikTok ได้รับความสนใจจากสื่อดิจิทัลอยู่แล้ว โดยที่ชาวอเมริกันใช้เวลามากถึง 90 นาทีต่อวันในการเลื่อนดูเนื้อหาที่แนะนำโดย AI ซึ่งมากกว่าเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์มอย่าง Google Facebook หรือ Amazon

ที่สำคัญกว่านั้น ความกังวลของเราในฐานะประชาชนชาวอเมริกันควรขยายไปไกลกว่าแค่เพียงกระเป๋าเงินของเราแต่ควรขยายไปจนถึงกระดูกสันหลังของสังคม นั่นก็คือตัวแทนประชาธิปไตยและเสรีภาพในการพูด ระบบ AI ที่ควบคุมโดย ByteDance เจ้าของชาวจีนและนำเสนอผ่าน TikTok นั้นเป็นเครื่องมือขั้นสุดท้ายในการโน้มน้าวเยาวชนของเราโดยการกำหนดเนื้อหาและการรับรู้ที่เอื้ออำนวยต่อการสนับสนุนประเทศจีน

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในพจนานุกรมของเทคโนโลยี อัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนของ TikTok และ ByteDance บริษัทแม่ที่ชาวจีนเป็นเจ้าของนั้นล้วนเป็นสัญญาณทั้งหมด เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ TikTok นั้นกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในตลาด ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามภายในระบบนิเวศของครีเอเตอร์เท่านั้นแต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจทั้งหมดของเราอีกด้วย เนื่องจากเจ้าของชาวจีนนั้นไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกันกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในแขนงเดียวกัน อันตรายทั้งในปัจจุบันและอนาคตเหล่านี้สามารถคุกคามเศรษฐกิจนวัตกรรมของอเมริกาทั้งหมดได้

เราเข้าใจดีว่าบางคนอาจโต้แย้งได้ว่า Google Facebook และ Triller ยังรวบรวมข้อมูลดิจิทัลเล็ก ๆ น้อย ๆ จำนวนมหาศาลไว้ที่ผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับบริษัทอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา Triller นั้นดำเนินการภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนจะสะดวกสำหรับบริษัทที่จะเรียกร้องให้ทำการแบนบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ของตน แต่เป้าหมายหลักของเรา Triller นั้นคือการให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถที่จะควบคุมเนื้อหาและข้อมูลแฟน ๆ ของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ และท้ายที่สุด … สามารถเลือกทางเดินของพวกเขาเองได้อย่างสมบูรณ์

เหมือนที่ศาสตราจารย์ Galloway ได้สรุปไว้อย่างถูกต้อง ในฐานะสังคม พวกเราได้ต้อนรับนักแสดงต่างชาติเพื่อเกลี้ยกล่อมลูก ๆ ของเราและครองตลาดนี้ โดยที่พวกเราก็ทำเช่นนั้นโดยไม่มีการคัดค้านใด ๆ

Triller เชื่อว่าสิ่งนี้ควรจบลงได้แล้ว

เนื่องจากที่ Triller ได้ทำการขยายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับครีเอเตอร์และเพื่อวางรากฐานสำหรับแพลตฟอร์มสำหรับครีเอเตอร์ที่ไม่เหมือนใครแล้ว เราจึงได้พัฒนาความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของครีเอเตอร์ จากการดูแลของเรา ซึ่งดูแลเนื้อหารายการบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 175 พันล้านรายการต่อไตรมาส ครอบคลุมครีเอเตอร์กว่า 2 ล้านคนและแบรนด์กว่า 25,000 แบรนด์ เราพบว่า TikTok นั้นระงับเนื้อหาและการมีส่วนร่วมจากครีเอเตอร์ผิวสี ทำให้ผู้ชมนั้นไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาเหล่านั้นได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอัลกอริทึม AI ของ TikTok ที่ออกถูกแบบโดย ByteDance นั้นเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่มีประสิทธิภาพมาก — และนั่นเองคือเหตุผลที่อินเดียสั่งแบนแอปจากพลเมืองของตน อีกตัวอย่างหนึ่งคือบทบาทของ TikTok ที่มีต่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในฟิลิปปินส์ของ Bong Bong Marcos ดังที่ Bloomberg ได้ให้รายละเอียดไว้ เนื่องจากบทความได้ระบุความผิดให้กับบทบาทของ TikTok ในการเขียนประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ใหม่อย่างเชี่ยวชาญ จึงควรเป็นการเรียกร้องให้เราแต่ละคนหันมาเข้าใจถึงตัวการที่แท้จริงที่อยู่ในบ้านแต่ละหลังของเรา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า TikTok มีบทบาทสำคัญในการเปิดใช้งานเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในและนอกประเทศจีน หนทางที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงชีวิตของเราได้นั้นแทบจะไม่มีขีดจำกัดเลย นี่คือภัยอันตรายในปัจจุบันที่สามารถเห็นได้ชัดเจนทั้งยังเป็นประเด็นด้านความมั่นคงของชาติ

ดูความกว้างของข้อมูลที่ TikTok นั้นสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ จากนั้น ผนวกเข้ากับข้อกังวลที่กว้างขึ้นที่ผู้นำทางการเมือง ชุมชนข่าวกรอง และผู้นำธุรกิจของเรากำลังพูดถึงกัน — ที่ใดมีควัน ที่นั่นมีไฟ

ในวันนี้ Triller ได้ดึงสัญญาณเตือนภัยแล้ว

พวกเราไม่มีเวลาให้เสีย

Triller แพลตฟอร์มสำหรับครีเอเตอร์โดยครีเอเตอร์ ได้ทำการสร้างเครือข่ายบริการและผลิตภัณฑ์สำหรับครีเอเตอร์ ได้รวบรวมระบบนิเวศทางธุรกิจที่ปฏิวัติวงการเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในทันทีและในระยะยาวของผู้ที่ต้องการแบ่งปันความปรารถนาของตนต่อคนทั่วทั้งโลก แม้ว่าเราจะมุ่งเน้นไปที่ครีเอเตอร์และอนาคตของเศรษฐกิจสำหรับครีเอเตอร์ แต่เราเชื่อว่าอนาคตที่ขยายตัวขึ้นของนวัตกรรมในอเมริกานั้นมีความเสี่ยงเพราะการไม่ให้ความสนใจกับภัยคุกคามนี้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วอยู่ในมือของเรา

เข้าร่วมกับเราในวันนี้และลงมือทำ เข้าร่วมกับเราและ ชาวอเมริกา ผู้รักอิสระที่มีความคิดชัดเจน ซึ่งเชื่อในตลาดเสรี เสรีภาพในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอนาคตที่เราสามารถกำหนดชีวิตของเราได้โดยไม่มีอำนาจมืดมาขัดขวาง

Mahi de Silva
CEO
Triller, Inc.

เกี่ยวกับ Triller:

Triller เป็นแพลตฟอร์มสวนทางเทคโนโลยีแบบเปิดที่ขับเคลื่อนโดย AI สำหรับครีเอเตอร์ จับคู่วัฒนธรรมดนตรีเข้ากับกีฬา แฟชั่น ความบันเทิง และอินฟลูเอนเซอร์ผ่านทางมุมมอง 360 องศา ของเนื้อหาและเทคโนโลยี Triller สนับสนุนให้อินฟลูเอนเซอร์โพสต์เนื้อหาที่สร้างขึ้นบนแอปผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ และใช้เทคโนโลยี AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์เพื่อทำการผลักดันและติดตามเนื้อหาที่เผยแพร่ไปยังเว็บไซต์และเครือข่ายในเครือและเครือข่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้เพิ่มขึ้นหลายล้านคน Triller ยังเป็นเจ้าของ VERZUZ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดนตรีสตรีมสดที่เปิดตัวโดย Swizz Beatz และ Timbaland; Amplify.ai แพลตฟอร์มสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าชั้นนำ FITE ซึ่งเป็นเว็บไซต์สตรีมมิ่ง PPV, AVOD และ SVOD ชั้นนำระดับโลกและ Thuzio ผู้นำด้านกิจกรรมและประสบการณ์อินฟลูเอนเซอร์ระดับพรีเมียม B2B Triller เพิ่งยื่นขอ IPO ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้

เกี่ยวกับ TikTok:

TikTok เป็นอาวุธสงครามม้าโทรจันของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปลอมตัวเป็นแอปแบบสั้นซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอเมริกันดาวน์โหลดไว้ในโทรศัพท์ของพวกเขา สามารถทั้งอ่าน ดาวน์โหลด ดู คัดลอก ติดตามและควบคุมทุกแง่มุมของโทรศัพท์ข้อมูลของเจ้าของรวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้และส่งข้อมูลกลับไปยังศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาซึ่งก็คือพรรคคอมมิวนิสต์จีน อย่าพลาดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด TikTok ไม่ใช่เพียงแค่ของเล่นแต่เป็นหนึ่งในอาวุธสงครามที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการบุกอเมริกา

สามารถรับชมรูปภาพต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบในการประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/0e87aacb-92f4-4723-9e7e-e24021cff5f7

Triller PR

Brian O’Shaughnessy
brian@triller.co

Related Post

Categories
Monthly Archives